แหล่งกำเนิดของสีคราม


              สีน้ำเงินของครามเป็นสีย้อมจากธรรมชาติที่มีประวัติยาวนานกว่า 1000 ปี ได้รับสมญานามว่าเป็นเจ้าแห่งสีย้อม “ the king of dyes” ในสมัยโบราณกษัตริย์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ใส่ผ้าย้อมคราม ( อนุรัตน์  สายทอง 2543:7 ) ในศตวรรษที่ 8 มีการนำต้นครามจากทางใต้ของจีนเข้ามาเพาะปลูกในญี่ปุ่น  มีการเพาะปลูกกันอย่างแพร่หลาย  จนกลายเป็นวัตถุดิบในการทำสีย้อมผ้าที่สามารถหาได้ง่ายและมีการทำสีย้อมจากต้นครามในหมู่บ้านชนบทของญี่ปุ่นอย่างแพร่หลาย  ในศตวรรษที่ 16 มีการปลูกครามอย่างมากในอินเดีย  เอเชียใต้  อเมริกากลางและอเมริกาใต้  ส่งเป็นสินค้าออกไปยังยุโรปจนกระทั่งมีการสังเคราะห์สีครามในปี 1897

               การใช้สีครามจากต้นครามจึงลดลงเหลือเพียง 4% ของทั่วโลก  ในปี 1914 แต่ต้นครามยังปลูกกระจายอยู่เล็กน้อยในอินเดีย  แอฟริกา และอเมริกากลาง และยังมีอยู่มากในชนบทของชวา  สำหรับเอเชียมีหลักฐาน และร่องรอยการทำสีครามอยู่ทุกประเทศ เช่น ไทย ลาว พม่า ญี่ปุ่น และอินเดีย ฯลฯ ในประเทศไทยมีการทำสีครามในภาคเหนือและภาคอีสานมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  ดังหลักฐานการกล่าวถึงเผ่าต่างๆ เช่นผู้ไทยขาว  ผู้ไทยดำ  และผู้ไทยแดง ตั้งชื่อตามสีของเสื้อผ้าที่นุ่ง  ปัจจุบันยังมีบุคคลบางกลุ่มสืบทอดวิธีการทำสีคราม เช่น  ที่บ้านนาดี  อำเภอพรรณานิคม  จังหวัดสกลนคร  กลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทญ้อ วัดพระธาตุประสิทธิ์ บ้านนาหว้า  อำเภอนาหว้า  จังหวัดนครพนม ( อนุรัตน์  สายทอง 2543 : 7 ) ที่บ้านไร่ไผ่งาม อำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่  บางหมู่บ้านในจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดสุรินทร์ในหลายๆอำเภอ  ( สำนักงานหอรัษฎากรพิพัฒน์ 2537:103 )
              ในโบราณเป็นที่รู้กันว่า  ต้นครามเป็นวัตถุที่ให้สีสำคัญชนิดหนึ่ง  เป็นใบไม้อย่างหนึ่งที่มีกันอย่างกว้างขวางเป็นพืชกลุ่มจำพวกถั่ว  ซึ่งมีสารพิเศษในการให้น้ำเงินจากสาร อินดิแคน  เมื่อพุทธศตวรรษ 3000 มีการค้นพบว่าในธิเบตมีการใช้สีคราม  สำหรับเป็นสีย้อมเสื้อผ้าสตรี  ในอดีตยังถือว่าต้นครามและเปลือกไม้เป็นวัตถุที่ให้สีที่มีความสำคัญมาก  จนกระทั่งศตวรรษที่ 19 ก็ได้มีการทำสีย้อมผ้าสังเคราะห์และสีครามสังเคราะห์ขึ้นมา  มีการจำหน่ายแทนสีย้อมธรรมชาติ  โดยที่สีครามธรรมชาติไม่สามารถแข่งขันได้เลย  จึงนำไปสู่จุดจบของการผลิตสีครามธรรมชาติ  โดยมีความร่ำรวยเป็นพื้นฐานของโลกแห่งการค้าขายยเข้ามาเป็นตัวดึงดูด






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น